เทรดทอง ทางเลือกใหม่ของนักลงทุน

แน่นอนว่าหากใครที่วนเวียนยอยู่กับการเดิมพัน หุ้น forex ละก็จะต้องรู้อยู่แล้วว่าโลกของหุ้นนั้นเป็นอย่างไร แต่เดี๋ยวนี้ดูเหมือนว่าจะมีศัพท์ภาษาใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว นั้นคือการ เทรดทอง เป็นการเทรดแบบใหม่ทีตรงตามชื่อเลยนั้นคือเราจะเทรดทองเพื่อกินกำไรจากส่วนต่างเอาวันนี้เราจะพาทุกท่านมาเจาะลึกกับการเทรดทองกันครับ

เทรดทองคืออะไร ?

            เทรดทองนั้นนั้นมีความหมายตรงตัวเลยนั้นคือการค้าทองโดยใช้ราคาของทองมาเป็นตัวพิจารณาหากพูดภาษาทางการนั้นจะยากไปเอาแบบเข้าใจง่าย ๆ เลยละกัน ก็เหมือนกับการซื้อทองไว้เพื่อเอากำไรโดยใช้กกราฟที่เราดูในโปรแกรมเทรดนั้นเป็นตัวแสดงผลนั้นเอง

ทำกำไรจากการเทรดทองได้อย่างไร

            การเทรดทองนั้นจะมีวิธีที่จะทำใหเราได้กำไรอยู่ 2 แบบเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้บางที่จะทำให้เราหากำไรจากเทรดทอง
 

1.ซื้อทองมาถูก ๆ แต่ขายแพง วิธีง่าย ๆ ที่เข้าใจไม่ยากเลยนั้นคือการซื้อทองเข้ามาในราคาที่ถูกเช่นเราซื้อทองมา 2 บาทในราคา 40,000 บาท และวันถัดไปทองของเราขึ้นราคา 2 บาท เป็น 44,000 บาท ก็จะเท่ากับว่าเราจะได้กำไร 4,000 บาท  ซึ่งดูหากว่าง่าย ๆ มันก็เหมือนการซื้อหุ้นนั้นละครับ

  2.ลงทุนการเทรดด้วยกราฟที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยให้เราดูค่ากราฟว่าตัวไหนไม่มีโอกาสที่จะดิ่งลงไปมากกว่านี้ก็ให้เราซื้อทองตัวนั้นไว้นั้นจะทำให้โอกาสที่เราจะได้กำไรนั้นมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ข้อควรระวัง

            การเทรดทองนั้นไม่ใช่เรื่องไม่เรื่องแปลก แต่ว่าหากว่าคนที่คิดจะเล่นนั้นจะต้องมีความรู้ ในระดับพื้นบานที่สามารถเข้าใจและลงทุนอย่างมีสติได้เพราะถ้าหากว่าคุณเทรดทองไปแบบไม่มีความรู้อะไรเลย โอกาสที่คุณจะเสียนั้นมีมากกว่าได้แน่นอน

                ดังนั้นหากใครที่คิดจะเล่นการเทรดทอง หรือ เล่นหุ้นอยู่แล้วอยากมาเทรดทอง ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ เพราะอย่างที่กล่าวไปไม่ว่าจะหุ้น หรือ เทรดทอง นั้นจำเป็นต้องใช้ความรู้ในการเล่น ไม่ใช่ว่าใครก็จะเล่นได้ถ้าหากอยากได้กำไรก็ต้องหาความรู้ในการเล่นไว้ด้วยนะครับ จะได้ไม่เสียเงินทุนไปกับความไม่รู้ของตัวเอง

การเบรคของมอเตอร์มีกี่แบบ

การเบรคของมอเตอร์นั้น หลายคนอาจจะไม่เคยเห็น สำหรับธรรมชาติของเตอร์ทั่วไปที่เราเห็นกันในชีวิตประจำวัน หากเราต้องการอยากจะหยุดการทำงานของมอเตอร์ มอเตอร์เบรค อยู่กับที่ เราก็ต้องทำโดยการหยุดจ่ายไฟ หรือว่าถอนปลั๊ก หรือดูง่ายๆ จากพัดลมที่บ้านของเรานั่นแหละ อันนั้นก็เป็นการทำงานของมอเตอร์เช่นกัน

หากเราต้องการอยากจะให้มอเตอร์ให้ใบพัดพัดลมหมุน เราก็ต้องจ่ายไฟ หากเราต้องการอยากจะให้ใบพัดหยุดและมอเตอร์หยุด เราก็ต้องกดสวิตช์ปิด หรือไม่ก็ถอดปลั๊กนั่นเอง แต่ถ้าเป็นมอเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ หรือว่ามีกำลังมาก เราอาจจะไม่สามารถหยุดจ่ายไฟฟ้า หรือว่ารอจนให้มอเตอร์หยุดหมุนเองได้ เพราะเหตุนี้เอง จึงทำให้มีการคิดวิธีการหยุดมอเตอร์ออกมา

สำหรับการใช้มอเตอร์เบรค หรือว่าการหยุดมอเตอร์ จะมีอยู่ 2 แบบดังนี้ก็คือ

Electrical Break จะเป็นการเบรคที่มีประสิทธิภาพมาก แต่มีต้นทุนที่สูง สำหรับวิธีการทำงานของการเบรคลักษณะนี้ก็คือ เป็นการตัดแหล่งจากไฟฟ้าที่ส่งกำลังให้กับมอเตอร์ โดยจะทำให้มอเตอร์ผลิตสนามแม่เหล็กออกมา จากนั้นก็จะทำให้มอเตอร์หมุนช้าลงจนกระทั่งหยุดหมุนเอง หรือจะเป็นการต่อตัวต้านทานหรือที่เรียกันว่า R Brake เข้าไปด้วย เพื่อเป็นการตัดแหล่งจ่ายไฟเลี้ยงมอเตอร์ โดยให้ตัวตัวต้านทานที่เราต่อเข้าไป ทำหน้าที่ในการดูดซับพลังงานจากการเบรคเอาไว้

และการทำงานของการเบรคลักษณะนี้ มักจะทำงานร่วมกับตัว soft start ด้วยเพื่อให้มีการหยุดและเริ่มอย่างนิ่มนวล สำหรับลักษณะงานที่เหมาะกับการใช้ มอเตอร์เบรค ลักษณะนี้ก็คือ จะเป็นโรงงานที่ควบคุมคุณภาพของฝุ่นละออง อย่างเช่นโรงงานอาหาร โรงงานยาเป็นต้น และบางครั้งก็ถูกเอามาใช้ในลิฟต์ ที่ต้องการการหยุดเรื่อยๆ

Mechanical Break การเบรคลักษณะนี้จะแตกต่างจากการเบรคแบบแรก เพราะจะมีตัวผ้าเบรคเข้ามาร่วมทำงานด้วย หากนึกภาพไม่ออกก็ให้นึกถึงผ้าเบรคของรถยนต์ หรือว่ารถจักรยานยนต์นั่นแหละ ลักษณะการทำงานจะเหมือนกัน โดยการอาศัยแรงเสียทานระหว่างมอเตอร์กับผ้าเบรค ทำให้มอเตอร์ชะลอตัวลงจนกระทั่งหยุดหมุน

การทำงานของระบบเบรคลักษณะนี้ จะมีต้นทุนที่ไม่สูงเหมือกับบวิธีแรก และมีประสิทธิน้อยกว่า นอกจากนี้การที่เบรคด้วยการใช้ผ้าเบรคหรือว่าแรงเสีดทานเข้ามาช่วยนั้น ยังจะมีปัญหาในเรื่องของฝุ่น ที่เกิดจากการเสียดสีอีกด้วย ซึ่งอาจจะทำให้ มอเตอร์เบรค มีปัญหาในภายหลัง การใช้งานเบรคของมอเตอร์แบบนี้ จึงต้องมีการทำความสะอาดเป็นประจำ เพื่อไม่ให้เกิดฝุ่น

และที่สำคัญการเบรคของมอเตอร์ด้วยวิธีการใช้ผ้าเบรค ก็ยังไม่เหมาะกับงานบางชนิดอีกด้วย อย่างเช่นงานที่ต้องการควบคุมคุณภาพหรือว่าต้องการความสะอาดมากๆ อย่างเช่นโรงงานอาหาร จะไม่ให้มีฝุ่นจากการำงานของเครื่องจักรเด็ดขาด เพราะอาจจะเป็นอันตรายกับสินค้าได้

ทั้งหมดนี้เป็นการเบรคของมอเตอร์ ที่ใช้งานกันในปัจจุบัน การจะเลือกใช้มอเตอร์เบรค แบบใด ก็ต้องดูลักษณะงานที่ต้องการเอาไปใช้ก่อน เพื่อที่จะได้เลือกชนิดของมอเตอร์ และเบรคได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งต้นทุนและค่าซ่อมบำรุงด้วย เพราะแต่ละแบบจะมีราคาที่แตกต่างกันมาก

การใช้เคมีภัณฑ์ ใช้งานอย่างไรให้ปลอดภัย

ทุกท่าน ๆ คงรู้จักกับ เคมีภัณฑ์ อยู่แล้วใช่ไหมครับ ?  เพราะเป็นสิ่งที่แทบมีใช้ในประจำบ้านกันเลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะรอบตัวทางไหนเราก็มีแต่ เคมีภัณฑ์ เต็มไปหมด โดยเฉพาะบ้านที่แสนอบอุ่นของเรานั้นมีสารเคมีเต็มบ้านไปหมดวันนี้เราจะมาพูดถึงกันดีกว่าว่าเราจะทำอย่างไรกันบ้าง ถึงจะใช้เคมีภัณฑ์กันแบบปลอดภัย

1.ใส่ถุงมือเวลาใช้งาน

            เมื่อเราคิดจะรีโนเวทบ้านใหม่ หรือ ซ่อมนั้น ปะนี้ ตี้นู่น สิ่งแรกที่เราควรจะทำนั้นคือเราต้องสวมถุงมือและแว่นด้วยนะครับ เพราะมันคงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่หากว่ามันกระเด็นเข้าตา

2.เมื่อเลือกใช้ทาบ้านภายในควรเลือกแบบแห้งเร็ว

            เมื่อเราเริ่มทาสีในบ้านใหม่แน่นอนว่าเราจะต้องงใช้สีภายในเพื่อแต่มแต้มความสวยงามของบ้านเรา  แต่แนะนำอยากให้เลือกกใช้สีที่เป็นแบบชนิดแห้งเร็วนะครับ อย่างเช่นสีของ TOA ชนิดหนึ่งที่เป็นทั้งสีทาภายในและยังแห้งเร็วอีกด้วย

3.อย่าให้เด็กเข้ามาในช่วงที่กำลังทำงาน

            แน่นอนว่าหากเรากำลังทำงานอยู่มันคงไม่ดีแน่หากให้เด็กเข้ามาเล่นในพื้นที่ของเรา เพราะนอกจากสีจะเป็นอันตรายต่อเด็กแล้ว ยังไม่ควรให้โดนตาอย่างยิ่งไม่เช่นนั้นตตาของเด็กอาจจะได้รับความเสีบหายได้นะครับ

4.อย่าให้สัตว์เลี้ยงเดินผ่านระหว่างทาสี

            ไม่ว่าจะทาสีภายนอกหรือภายใน เจ้าตูบแสนรักของเรานั้นมักจะวิ่งแจ้นเข้ามาเพราะอยากจะช่วยเราเสมอ แต่อย่าพยายามอย่าให้เจ้าตูบเพื่อนรักของเรามาป้วนเปี้ยนดีกว่านะครับ เพราะกลัวว่า สีจะเข้าตาเอาได้

5.เลือกใช้สีให้ถูกต้อง

            สีทาภายนอก ก็ต้องใช้ภายนอก ส่วนสีภายในก็ต้องใช้ภายในนะครับ เพราะคุณภาพ และ ลักษณะเฉพาะของสีนั้นต่างกันดังนั้นอย่าพยายามซื้อสีผิดดีกว่าถึงแม้สีจะไม่ใช่ว่าราคาสูงมากนัก แต่ก็คงไม่มีใครอยากเสียเงินฟรี ๆ หรอกนะครับ

6.เก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย

            และเมื่อเราทำธุรุรีโนเวท ตกแต่งบ้าน ทำสวน หรืออะไรของเราก็ช่าง เมื่อเสร็จแล้วก็ควรเก็บซากพร้อมกับวัสดุอุปกรณ์ออกมาด้วยนะครับ เพื่อกันลูกน้อยของท่านเป็นอันตรายนะครับ

                ดังนั้นหากท่าน คิดจะใช้ เคมีภัณฑ์ ละก็ อย่าลืมนะครับ 6 ข้อที่จำเป็นในการใช้งานให้ปลอดภัย เพราะนอกจากจะช่วยให้ความปลอดภัยกับเราแล้วยังช่วยให้การทำงานของเราง่ายขึ้น ปลอดภัยทั้งตัวเรา ปลอดภัยทั้งบ้าน และคนที่เรารักด้วยครับดังนั้นอย่าลืมเลือกสิ่งดี ๆ ให้บ้านของคุณนะครับผม

การขนส่งทางบกแบบ Door to Door ในปัจจุบันมีกี่ประเภท

เชื่อว่าแทบทุกคนคงเคยใช้บริการส่งพัสดุหรือรับพัสดุกันมาแล้ว อย่างการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ของจะมาถึงมือเราได้ก็ต้องผ่านการขนส่งโดยบริษัทส่งของ ก่อนทั้งสิ้น ซึ่งปัจจุบันก็มีตัวแทนที่ให้บริการเกี่ยวกับการส่งของมากมาย มีตั้งแต่รถขนของขนาดเล็กอย่างเช่นมอเตอร์ไซค์ ไปจนถึงรถขนาดใหญ่เช่นรถบรรทุกสิบล้อ ขึ้นอยู่กับว่าจะขนของประเภทใด

แต่ก่อนอื่นเพื่อเป็นความรู้สำหรับคนที่ต้องการอยากจะขายของออนไลน์ และคนที่ต้องการอยากจะซื้อของผ่านทางออนไลน์ ลองมาดูว่ามีสินค้าประเภทใดบ้าง ที่สามารถเลือกจัดส่งแบบ Door to Door ได้ อย่างน้อยก็จะเอาไปใช้ในการเลือกซื้อหรือขายให้ถูกต้อง เพราะสินค้าบางประเภทก็ไม่สามารถที่จะจัดส่งลักษณะนี้ได้ อาจจะเกิดอันตรายหรือไม่ก็ผิดกฎหมาย สำหรับสินค้าที่จัดส่งได้ก็มีดังต่อไปนี้

-การขนส่งสินค้าทั่วไป เป็นการขนส่งสินค้าที่เราเห็นกันได้บ่อยๆ เช่นสินค้าที่ขายในอินเตอร์เน็ตนั่นแหละ มีทั้งสินค้าที่เป็นขนาดเล็กและใหญ่ สำหรับอัตราของค่าบริการการขนส่งของบริษัทส่งของ ก็จะขึ้นอยู่กับระยะทาง น้ำหนักของสินค้า และประเภทของการขนส่ง ถ้าเป็นการส่งด่วนก็จะมีราคาที่สูงขึ้นกว่าการส่งแบบธรรมดา แต่ระยะเวลาในการส่งจะเร็วกว่ามาก

-การขนส่งเอกสาร เป็นกาขนส่งพัสดุที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักไม่มาก ไม่ต้องใช้ความระมักระวังเหมือนกับสิ่งของที่เป็นชิ้นใหญ่ๆ เพียงแค่ระวังไม่ให้ฉีกขาดหรือว่าโดนน้ำเท่านั้น สำหรับการให้บริการขนส่งพัสดุประเภทนี้ มีทั้งรถมอเตอร์ไซต์ ในกรณีที่ระยะไม่ไกลมากนักเช่นในกรุงเทพ จะใช้เวลาในการขนส่งไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แต่ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็เหมือนกับการขนส่งสินค้าอย่างอื่น

-การขนส่งสินค้าประเภทยา การขนส่งประเภทนี้จะต้องใช้ความระมักระวังเป็นพิเศษ เพราะยาเป็นขิงที่อาจจะเกิดความเสียหายได้ง่ายอย่างเช่นแตก ชำรุด หรือโดนปนเปื้อน บริษัทส่งของ ที่จะจัดส่งพัสดุประเภทยาได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญและรู้เกี่ยวกับการขนส่งยาเป็นอย่างดี เพื่อให้พัสดุอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย

-การขนส่งสินค้าที่เป็นของสด สินค้าประเภทนี้จะไม่สามารถจัดส่งร่วมกับสินค้าประเภทอื่นได้ เพราะเสี่ยงที่จะเน่าเสียได้ง่าย วิธีการจัดส่งจะต้องเป็นการจัดส่งด้วยการควบคุมอุณหภูมิเท่านั้น เช่นตู้แช่เย็นหรือไม่ก็แช่แข็ง เพื่อเป็นการคงคุณภาพของสินค้าเอาไว้ในสภาพเดิม และการขนส่งประเภทนี้จะต้องอาศัยความรวดเร็วในการส่งด้วย เพื่อไม่ให้สินค้าเสียหายก่อน

ทั้ง 4 ประเภทเป็นสินค้าที่เราสามารถเลือกซื้อได้ทั่วไป และสามารถจัดส่งได้โดยบริษัทส่งของ โดยที่ไม่ผิดกฎหมายด้วย แต่ก็มีสินค้าบางชนิดที่ห้ามไม่ให้ส่งเช่นยาเสพติด สารเคมีอันตราย ของเหล่านี้จะไม่สามารถจัดส่งร่วมกันได้ ต้องสิ่งแยกเท่านั้น

มาถึงตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าสินค้าชนิดใดบ้างที่สามารถสั่งซื้อและจัดส่งได้ สินค้าประเภทใดบ้างที่ไม่สามารถส่งได้ อย่างน้อยเราก็จะได้เอาไปใช้ในการเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับคุณภาพของการขนส่งของบริษัทส่งของ แต่ละที่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกใช้บริการบริษัทไหน พอใจคุณภาพและการให้บริการของบริษัทใด